“โอลา ช้าง!”
โพสต์เมื่อ : 06 พฤษภาคม 2555 16:38:12, อ่าน ครั้ง

 

 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
2 ยอดนักเตะ "ชุดขาว-บาร์ซา"

"ช้าง" แบรนด์แรกบุกสเปน

ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์- น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ไม่ได้เห็นศึก เอล กลาซิโก เวอร์ชันนัดชิง ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก เมื่อทั้ง รีล มาดริด และ บาร์เซโลนา ต่างกอดคอกันตกรอบรองชนะเลิศ งานนี้ทำเอากองทัพนักข่าวทั้งสายกีฬา และการตลาดจากไทยสะดุ้งเฮือกกันเป็นทิวแถว เพราะประจวบเหมาะเกิดขึ้นช่วงเวลาเดียวกับที่ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มตรา ช้าง พาเหินฟ้าไปเป็นสักขีพยานพิธีเซ็นสัญญาเป็นพาร์ทเนอร์ 2 โคตรทีมมหาอำนาจประจำเวที ลา ลีกา สเปน พอดิบพอดี
       
       ทำให้ทุกคนสัมผัสได้ถึงบรรยากาศเมืองบาร์เซโลนาอันแสนอึมครึมผู้คนต่างหงอยเหงา โดยเฉพาะ บาร์ซา สื่อหลายสำนักทั้ง MARCA, AS และ MUNDO DEPORTIVO พาดหัวทำนองเดียวกันว่า ลิโอเนล เมสซี เป็นคนดับฝัน ดรีม ไฟนัล เพราะชิงตกรอบไปก่อนเมื่อทำได้แค่เสมอ เชลซี คาถิ่น คัมป์ นู 2-2 ทั้งที่นำห่างก่อนและฝั่งอาคันตุกะต้องเล่น 10 คน
       
       ส่วน รีล มาดริด แม้จะร่วงตามหลังไปติดๆ เมื่อแพ้จุดโทษ บาเยิร์น มิวนิค ทั้งที่ชนะ 2-1 แต่ยังยิ้มได้ เพราะก่อนหน้านั้นสามารถบุกเชือด บาร์เซโลนา 2-1 จนต้องกล่าวทักทายว่า HOLA CHAMPIONS (สวัสดี แชมเปียนส์) เพราะถือว่า คว้าแชมป์ ลา ลีกา สเปน ไปแล้วอย่างไม่เป็นทางการก็ว่าได้กับการทิ้ง 7 แต้มเหลืออีก 3 นัด และจะถือเป็นแชมป์ลีกครั้งแรกรอบ 4 ปี
       
       ผู้เขียนได้รับเลือกให้เป็น 1 ในนักข่าวชุดบุกเบิกจึงมีโอกาสเข้าไปชมเกม ลา ลีกา ครั้งแรกในชีวิตที่สำคัญเป็นศึก เอล กลาซิโก ในฐานะพยานแชมป์ฤดูกาลนี้ของ รีล มาดริด โดยแทรกตัวอยู่ในหมู่แฟนบอลเจ้าถิ่นที่สนาม คัมป์ นู วันนั้นด้วย แม้ทำทุกอย่างตามกองเชียร์ทั้งชูป้ายเป็นสีธงคาตาลัน ทั้งสเตเดียมจากกระดาษซึ่งเจ้าหน้าที่เสียบไว้ให้ข้างเก้าอี้ทุกตัวที่จะมีเฉพาะก่อนเกมสุดยอดคลาสสิกแบบนี้เท่านั้น รวมถึงปรบมือตามจังหวะเพลงที่ร้อง เพื่อให้กำลังใจนักเตะและกดดันอาคันตุกะจาก มาดริด แต่เบ้าหน้าชาวเอเชียแบบนี้คงปลอมตัวให้กลมกลืนไม่สำเร็จ
       
       หลายคนน่าจะสงสัยว่าทำไม ช้าง สามารถนำแบรนด์ไทยบุกตลาดสเปนเป็นครั้งแรกได้สำเร็จ ที่สำคัญ ทำได้อย่างไรกับการป็นพันธมิตรร่วม รีล มาดริด และ บาร์เซโลนา 2 สโมสรที่เป็นเหมือนเส้นขนานชาตินี้ยากร่วมสังฆกรรมใดๆทั้งสิ้นไม่ว่าในหรือนอกสนาม ทุกอย่างเป็นเรื่องของอีโก้ขนาด ชุดขาว ยังขอให้เซ็นสัญญาที่ ซานติอาโก เบร์นาบิว ก่อนเลย
       
       มิหนำซ้ำ ทั้งคู่มีเครื่องดื่ม 2 ยี่ห้อสนับสนุนอยู่แล้วคือ รีล มาดริด กับ Mahou และ บาร์เซโลนา กับ Estella ก่อตั้งโรงงานผลิตขายกันมาแล้วมากกว่า 100 ปี แต่สอบถามได้ความว่า เจ้าของเป็นแฟนพันธุ์แท้ตัวยงของแต่ละสโมสรเข้าใจถึงผลประโยชน์ของทีมเป็นอย่างดี ส่วนอนาคตเรื่องจะไปขายที่สนามมีความเป็นไปได้แต่ไม่อาจผูกขาดคงต้องควบคู่ไปกับของเจ้าถิ่นและให้กองเชียร์เป็นฝ่ายเลือกว่าลิ้นถูกปากกับรสชาติแบบไหนมากที่สุด
       
       อีกหนึ่งประเด็น คือ รีล มาดริด และ บาร์เซโลนา ประทับใจแคมเปญของ ช้าง คือ CHANG CHAMPION OF CHAMPIONS (ช้าง....แชมป์เหนือแชมป์) โดยชูคอนเซปต์ LIVE LIKE YOU MEAN IT! (ชีวิตของเรา...ใช้ซะ) เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชน ทั้งคู่จึงขอพักรบเนื่องจากเชื่อมั่นในแนวคิดเดียวกัน และเน้นที่จะพัฒนาคนไม่ใช่หวังจะทำเงินเพียงอย่างเดียวจึงตัดสินใจเซ็นสัญญา 3 ปีที่สำคัญ มีความเป็นไปได้ที่จะขยายออกไปอีกไม่ใช่การลงทุนแบบฉาบฉวยหากประสบความสำเร็จคล้าย เอฟเวอร์ตัน ที่คาดอกมาแล้วนับตั้งแต่ปี 2004 ซึ่งถือเป็นเจ้าแรกที่ใช้กลยุทธ์สปอร์ต-ฟุตบอลมาร์เกตติงเลยก็ว่าได้
       
       งานนี้เรียกได้ว่า วิน-วิน รีล มาดริด และ บาร์เซโลนา เลือก ช้าง เพราะมองว่าเป็นพาร์ทเนอร์ผู้นำด้านการตลาดที่สมบูรณ์แบบ และพร้อมสรรพในทุกๆ ด้าน เพื่อมาช่วยเจาะตลาดเอเชียที่มีฐานแฟนบอลใหญ่มาก ส่วนเครื่องดื่มสัญชาติไทยได้สิทธิ์ใช้ชื่อเสียงของ 2 สโมสรแถวหน้าของโลกมาอยู่ในมือก็ถือเป็นจุดแข็งที่จะใช้สู้และต่อกรกับคู่แข่งได้อย่างสบาย
       
       เรื่อง เซียนไก๋

ที่มา : manager.co.th